สวนผักสาวไทยในอังกฤษ เกษตรไทยในต่างแดน

สวนผักสาวไทยในอังกฤษ เกษตรไทยในต่างแดน

คนไทยในต่างแดนย่อมคิดถึงอาหารไทยแท้รสชาติดั้งเดิม แต่การหาซื้อพืชผักส่วนผสมของไทยไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ด้วยข้อจำกัดนี้เอง พีรญา ฮิลล์ หรือ นิด วัย 56 ปี จึงเลือกเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่

“เป็นชาวแพร่ค่ะ ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านสวนมีฟาร์มตามประสาคนต่างจังหวัด ตอนเด็ก ๆ ไม่เคยทำสวน ไม่เคยปลูกอะไรเลย แต่ก็เห็นผ่านตามาตลอด” นิดเล่าถึงชีวิตวัยเด็กว่าโตมากับชีวิตในสวนในไร่ ด้วยความเป็นลูกคนเล็ก จึงไม่ต้องทำอะไรมากนัก แต่เธอก็สังเกตว่าที่เมืองไทยเวลาจะปลูกผักอะไรก็จะปลูกกันช่วงฤดูฝนกับฤดูหนาว จึงใช้ข้อสังเกตตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น “พอย้ายมาอยู่ที่นี่ก็เห็นว่าฤดูร้อนที่นี่เหมือนฤดูหนาวของเมืองไทย ก็ลองปลูกบ้าง”

นิดย้ายจากเมืองไทยมาอยู่อังกฤษเมื่อ 26 ปีก่อน โดยเธอและสามีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลซอเมอร์เซ็ตทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ช่วงที่เธอมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นที่ขายพืชผักหรือผลิตผลของไทยเลย

ทางเลือกเดียวของเธอคือการขับรถ 2-3 ชั่วโมงไปหาซื้อในลอนดอน ความขาดแคลนวัตถุดิบในการประกอบอาหารผลักดันให้เธอคิดอยากลองปลูกผักไทยเพื่อใช้บริโภคเอง ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำสวนมาก่อน

ผักไทยในลมหนาว

นิดเห็นว่าฤดูร้อนที่อังกฤษคล้ายกับฤดูหนาวของไทย ประกอบกับมีพื้นที่บริเวณมากพอในการทำสวน เธอจึงเริ่มปลูกผักไทยที่ชอบอากาศหนาว 2-3 ชนิดเป็นการทดลอง “อันแรกของพี่คือคะน้า เห็นว่าบ้านเราชอบปลูกคะน้ากันทางเหนือ ก็เลยลองปลูกลงดินข้างนอก ปลูกได้ดีเพราะมันชอบอากาศ ต่อมาก็ลองปลูกตะไคร้ในกระถาง เพราะรู้ว่าปลูกลงดินคงไม่สำเร็จ”

อุปสรรคใหญ่ของการปลูกผักไทยที่อังกฤษคือเรื่องของอุณหภูมิ เพราะอากาศที่นี่ไม่แน่นอน กรีนเฮาส์หรือเรือนกระจกจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญ

“เพราะอากาศที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทย บางทีฤดูร้อนก็ยังหนาว เลยต้องมีกรีนเฮาส์เพื่อรักษาอุณหภูมิให้อุ่นตลอด” นิดเล่าให้ฟังขณะเดินตรวจผักกว่า 10 ชนิดในเรือนกระจกหลังใหญ่ ซึ่งมีอยู่แล้วตอนเธอและสามีซื้อบ้านหลังนี้

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ด้วยการปลูกผักคะน้า กวางตุ้ง และตะไคร้ในกระถาง นิดมุ่งมั่นเรียนรู้เพิ่มเติม ปัจจุบันสวนของนิดมีเรือนกระจก 1 หลัง และโรงเรือน 2 หลัง ปลูกผักไทยราว 40 ชนิด โดยเธอหาซื้อเมล็ดพันธุ์ทางอินเทอร์เน็ต และจากศูนย์พืชสวนเป็นหลัก

“ตอนนี้ก็เหมือนกับสวนเมืองไทย มีเกือบทุกอย่าง มีแม้กระทั่งผักปลัง ต้นคูนก็มี ผักบุ้งก็มีตลอดเลย ผักบุ้งชอบน้ำ เราก็เอาใส่โกรว์แบ้ก (ถุงปลูกพืช) เอาเมล็ดหว่านลงแล้วใส่ถาดของโกรว์แบ้ก ควรใส่กรีนเฮาส์หรือโพลีทันเนล (โรงเรือน)”

สนใจ ใส่ใจและเปิดใจ

นิดบอกว่าหัวใจสำคัญของการทำสวนคือต้องมีความชอบตั้งต้นก่อน และต้องใส่ใจดูแลให้ถูกวิธี นอกจากนี้ ยังต้องเปิดใจค้นหาและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น “หัวใจสำคัญของการทำสวนคือต้องสนใจ นี่คือจุดเริ่มต้น ต้องชอบและต้องรู้หลักด้วยว่าดูแลยังไง ถ้าไม่มีความรู้ก็ต้องควานหา เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตเยอะแยะ บางทีเราต้องแชร์ความรู้ของคนอื่นด้วย เราไม่ได้รู้หมดทุกอย่าง ต้องสรรหา รู้ด้วยความรู้ของตัวเอง รู้ด้วยความรู้ของคนอื่นด้วยจึงจะสำเร็จ”

ทุกวันนี้ นิดใช้เวลาในการทำสวนวันละหลายชั่วโมง โดยใช้เวลาในการรดน้ำผักราว 1-2 ชั่วโมง จากนั้นเดินตรวจสภาพผักด้วยการตรวจหาแมลง ริดใบ ตัดกิ่ง เสียบไม้ค้ำต้น ตรวจดิน ย้ายกระถางตามสภาพอากาศ เธอบอกว่ามีความสุขในการได้ดูแลผลิตผลของเธอ ซึ่งถือเป็นการสั่งสมประสบการณ์และความรู้เพิ่มเติมไปด้วย

ผักในสวนของนิดถูกนำมาใช้ในการบริโภคภายในครอบครัวส่วนหนึ่ง ส่วนที่เกินมาจากนั้น เธอเลือกนำไปแจกให้คนรู้จักที่ร้านอาหารไทยในบริเวณใกล้เคียง นิดบอกว่าหลายคนแนะนำให้เธอนำผักส่วนเกินไปขายสร้างรายได้ แต่เธอเห็นว่าการแจกจ่ายให้ผู้อื่นและได้เห็นว่าผู้รับมีความสุขเป็นแรงผลักให้เธอภูมิใจในตัวเองได้ดีกว่า

“ใครจะว่าบ้าก็ไม่บ้าหรอกค่ะ ก็ชอบปลูกแล้วมันขึ้นเยอะ มีแต่คนแนะนำให้ขายแต่พี่ไม่ขาย เราก็ดูแลเขาเหมือนเด็ก พี่ก็ชอบปลูกด้วยคือท้าทายไงคะ เวลาปลูกอะไรแล้วรู้สึกว่าจะต้องเอาชนะนะ ประสบการณ์ท้าทายมันก็ไปได้ทุกปี ๆ มันอยู่ในตัวเรา มันจะรู้เลย”

นอกจากนี้ สวนผักไทยของนิดยังเป็นที่สนใจของสื่ออังกฤษจำนวนมาก เธอเคยให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารหลายฉบับ ออกรายการโทรทัศน์ และสวนของเธอได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ My Cool Allotment: An Inspirational Guide to Stylish Allotments and Community Gardens ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับสวนและแปลงผักที่เป็นแรงบันดาลใจ เขียนโดย Lia Leendertz ตีพิมพ์ในปี 2546

ต่อยอดความรู้ จากสวนลงจาน

นอกจากการทำสวนแล้ว นิดยังเป็นที่รู้จักของผู้คนในท้องถิ่นในฐานะเป็นผู้สอนทำอาหารไทย แรกเริ่มในปี 2548 เธอสาธิตการทำอาหารไทยให้วิทยาลัยท้องถิ่นแห่งหนึ่งตามคำแนะนำของเพื่อนที่เคยได้ลิ้มรสฝีมือปลายจวักของเธอ ต่อมาในปี 2551 เธอเปิดคอร์สสอนทำอาหารไทยเป็นของตัวเอง และสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับพืชผักสวนครัวไทย และสอนวิธีปลูกผักไทยที่ใช้บ่อยให้แก่ผู้มาเรียนด้วย

“สอนปลูกตะไคร้ โหระพา ของพวกนี้บางทีหาซื้อยาก พอเขาปลูกเองได้ก็ไม่ต้องไปซื้อ ก็ประหยัดเขาด้วย และเขาก็สนุกกับการทดลองปลูก เราก็ภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความเป็นไทยให้เขาสักนิดหนึ่ง”

ในอนาคตนิดวางแผนเขียนหนังสือสูตรอาหารไทยและวิธีการปลูกผักไทยที่ใช้บ่อยในการประกอบอาหาร เธอบอกว่าการได้แนะนำให้คนอื่นได้ปลูกผัก นอกจากจะทำให้เธอมีความสุขแล้วยังทำให้เธอรู้สึกภูมิใจที่มีคนปลูกผักไทยอีกด้วย

“พี่อยากเขียนหนังสือเรื่องทำอาหารด้วย แล้วก็เรื่องสวนด้วยรวมกัน พี่ว่ามันไปกันได้ เดี๋ยวนี้เมล็ดพืชผักมีให้ซื้อตามศูนย์พืชสวนเยอะแยะ ไม่ต้องไปซื้อถึงเมืองไทย การได้ให้ความรู้การปลูกผักไทยใช้ชาวต่างชาติยิ่งภูมิใจว่าเขาได้ปลูกและได้พูดถึงพืชผักไทยด้วย” นิดกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวต้นฉบับ: https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_1619879

ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ